เจจุงวอน ตำนานแพทย์แห่งโชซอน ตอนที่ 27/8

“โอ๊ย ๆ ข้าไม่รับหรอก” มักเซง กล่าว “พี่สาวข้ารักท่านนะ” “มักเซง” “พี่มักเซงก็รีบรับเร็ว ๆ สิ” นังนัง กล่าว “มาดูอะไรกันเนี่ย” มักเซง กล่าว “มักเซงคะ ยอมรับเค้าไปเถอะนะ” ชักแท กล่าว “ก็หลับตาและจากนั้นก็รีบรับ ๆ ไปเถอะน่า” มียอง กล่าว “มองชงยังชายหนุ่มอยู่เลยนะ รับไปเถอะน่า” โซซา กล่าว “โอ๊ย ๆ ขายหน้าชะมัดเลย” มักเซง กล่าว “มักเซง” ซ๊อกรันกล่าว “โอ๊ย ๆ ๆ ไม่ต้องการจะเชื่อเลย” “โอ้ว พี่สาว โอ้ว.. ฮิ ๆ ๆ” มองชง กล่าว มักเซง ขอโทษซ๊อกรันที่อยู่ ๆ ก็มาตั้งท้อง “ไม่เห็นจำเป็นต้องมาขอโทษเลยนี่ มองชงเค้าเป็นคนดีนะ ทั้งเป็นคนซื่อ และจากนั้นก็ขยันด้วย” […]

เจจุงวอน ตำนานแพทย์แห่งโชซอน ตอนที่ 35/15

“อ้อ มียองช่วยตามผ่านาทางนี้หน่อย อีควัก เจ้าก็ตามผ่านาด้วย ไม่เหมาะสมกันเล้ย เฮ้อ” โอ กล่าว “มีอะไรเหรอ?” ชักแท ถาม “ข้าก็ไม่รู้” มียอง กล่าว “แพทย์เบ๊กคะ” ซึงยอน เรียก “อ้อ มาแล้วเหรอ?” โดยัง ถาม “ค่ะ แล้วซ๊อกรันอยู่ที่ไหนคะ?” ซึงยอน ถาม “อ้อ แพทย์เป็นเพื่อให้นเจ้าสาวใช่มั้ยครับ?” โดยัง กล่าว “ใช่ค่ะ”   “งั้นก็ช่วยตั้งอกตั้งใจฟังที่ข้าพูดให้ดีนะ” โดยัง กล่าว แล้วเล่าเรื่องความผิดปกติที่เกิดขึ้นจึงออกอุบายให้ฮวางจองกับซ๊อกรันไปทำพิธีแต่งงานยังสถานที่อื่น เพื่อให้หลอกพวกทหารญี่ปุ่น ส่วนที่เจจุงวอนก็จัดพิธีต่อไปให้ชักแท แต่งชุดเจ้าบ่าว ด้านเจอุ๊ก และโซซา กำลังรีบเดินทางมาที่งาน   “ดูเหมือนงานจะเริ่มกันแล้วนะ” เจอุ๊ก กล่าว   “รีบเดินเร็ว ๆ เถอะ” โซซา สั่ง   “เฮ้อ ไม่ใช่งานแต่งงานของโดยังสักกะหน่อย” คูฮอน […]

อารัง ภูตสาวรักนิรันดร์ ตอนที่ 4/10

อารังทนนั่งอุดอู้อยู่แต่ในห้องไม่ไหวเลยเดินไปที่ห้องลี โซริน แล้วพูดว่าคุณกลับมาแล้ว อารังหยิบกระจกขึ้นมาส่องหน้า  เมื่อเห็นหน้าตนเองในกระจกเป็นนัดแรก (ตอนเป็นผีอารังส่องกระจกแล้วไม่เห็นหน้าตัวเอง) อารังก็รู้สึกตื่นเต้นดีใจมากที่คุณเปลี่ยนเป็นคนแล้วจริงๆ อารังนึกถึงคำพูดของท่านมหาเทพที่บอกว่าจะให้เวลาคุณ 3 เดือนเพ็ญ  (ราว 3 เดือน)  หากเดือนเพ็ญครั้งที่สามปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าเมื่อไหร่  เวลาของอารัง (บนโลกมนุษย์) จะสิ้นสุดลงทันที มัจจุราชกล่าวเสริมว่า เมื่อถึงเวลานั้น หากอารังยังไม่ได้คำตอบ คุณจะถูกส่งไปรับโทษในนรกทันที อารังถามว่า คุณจะรู้ได้ยังไงว่าหาความจริงเจอแล้วหรือยัง มหาเทพตอบว่าถ้าอารังสืบพบความจริงเกี่ยวกับการตายของตนเองเมื่อไหร่ ตนจะสั่นกระดิ่งเป็นสัญญาณ และย้ำว่ามีเพียงฆาตกรตัวจริงเท่านั้นที่จะทำให้กระดิ่งใบนี้สั่นได้ มัจจุราชมั่นใจว่าอารังไม่มีทางรู้ความจริง เลยขู่ว่าตนจะเลือกขุมนรกที่เหมาะกับอารังเตรียมไว้ให้ อารังถามว่า หากคุณศึกษาค้นพบความจริง มหาเทพและมัจจุราชจะยอมให้คุณอยู่บนโลกมนุษย์ต่อไหม มหาเทพเอียงคอตอบว่า เมื่อถึงเวลานั้นค่อยว่ากันอีกรอบ อารังชักเริ่มหงุดหงิดเมื่อนึกถึงคำพูดของมัจจุราช เลยโม้ว่าทำไมให้เวลาตั้ง 3 เดือนเพ็ญ สำหรับคุณแค่ 1 เดือนเพ็ญก็เกินพอแล้ว คุณไม่อ่อนแอเหมือนลี โซริน และยังแตกต่างจากผู้หญิงธรรมดาทั่วไป เพราะคุณจะไม่นิ่งดูดายและจะไม่ร้องไห้โดยที่ไม่รู้อะไรเลย ขณะนั้นมหาเทพและมัจจุราชกำลังนั่งเล่นหมากล้อม มัจจุราชรู้ว่าความจริงแล้วสาเหตุการตายของอารังไม่ใช่เรื่องสำคัญ (ถึงขนาดต้องชุบชีวิตขึ้นมาใหม่) จึงถามขึ้นว่า  แผนการของท่านมหาเทพจะใช้ได้ผลจริงๆ หรือ มหาเทพตอบว่า ก็แค่อยากลองดูสักครั้ง มัจจุราชเชื่อว่าอารังไม่มีทางทำสำเร็จ จึงเตือนมหาเทพให้รักษาสัญญา มหาเทพถามว่าถ้าหากตนแพ้ […]

Faith: สุภาพบุรุษยอดองครักษ์ ตอนที่ 5/11

คีวอนสั่งให้เหล่าทหารฆ่าคนที่ขวางทางให้หมด ทั้งสองข้างจึงต่อสู้กันอย่างชุลมุน อึนซูได้ยินเสียงคนกำลังต่อสู้กันจึงเปิดประตูออกมาดู เมื่อมองว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตคุณก็ร้องด้วยความตระหนกตกใจ คีวอนหันมาเห็นอึนซูก็สะดุ้งกลัว อึนซูจะเดินไปดูทหารที่ได้รับบาดเจ็บแต่หมอหลวงชางบินห้ามเอาไว้และบอกให้คุณกลับเข้าไปในห้อง เมื่อคิดว่าทหารคนหนึ่งยังไม่ตายคุณจึงบอกคีวอนว่า 'ขอเวลานอก'  และขอตรวจดูอาการของทหาร (ข้างคีวอน) ที่ได้รับบาดเจ็บก่อน คีวอนบอกอึนซูให้ฟังตนพูด แต่อึนซูบอกว่าคุณจะฟังเขาพูดทีหลัง เพราะเวลาเป็นสิ่งมีค่าสำหรับผู้ป่วยฉุกเฉิน (ถ้ารักษาทันก็มีโอกาสรอด)  คุณย้ำว่าตัวเองเป็นหมอ ปกติแล้วทหารจะไม่ฆ่าหมอแม้กำลังต่อสู้อยู่ในสนามรบ คุณชี้หน้าคีวอนแล้วพูดว่า "กาชาด"  (เพราะกาชาดวางตัวเป็นกลางและมุ่งให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในสนามรบโดยมิเลือกปฏิบัติ)  คีชอลและลูกสมุนได้ยินคำว่า "กาชาด" ก็ถึงกับผงะหงายเพราะนึกว่ากำลังต้องคำสาป อึนซูเห็นคีวอนและสมุนมีทีท่าหวาดกลัวจึงทำนิ้วเป็นเครื่องหมายกากบาทใส่ แล้วย้ำคำว่า "กาชาด" อีกที คีวอนและสมุนจึงถอยห่างออกไป อึนซูรีบวิ่งไปดูอาการทหารที่ได้รับบาดเจ็บ แล้วร้องบอกหมอหลวงชางบินให้มาช่วยกดจุดห้ามเลือด คีวอนจึงฉวยโอกาสจ่อดาบเข้าที่ลำคอของหมอหลวงชางบิน (ทั้งๆ ที่เขากำลังช่วยเหลือทหารของข้างคีวอนเอง)  คีวอนสั่งให้อึนซูลุกขึ้น อึนซูถามว่าถ้าไม่ลุกจะเกิดอะไรขึ้น คีวอนจึงกดดาบเข้าที่ลำคอของหมอหลวงชางบิน อึนซูรีบร้องห้าม ส่วนจุงซอกเงื้อดาบหมายฆ่าคีวอน แต่ชุงซอก (รองหัวหน้าทหารองครักษ์) ห้ามเอาไว้และรับรองว่าคีวอนได้รับพระบัญชามาจากฝ่าบาทจริงๆ ทุกคนจึงจำเป็นต้องปล่อยให้คีวอนนำตัวอึนซูไป วันรุ่งขึ้น ชเวซังกุงเผ่านารายงานพระมเหสีว่า หมอใหญ่ถูกลากตัวไปกลางดึก พระมเหสีตรัสถามว่า "นางไม่ได้ถูกพาตัวไป แต่ถูกลากออกไปงั้นหรือ"  พระองค์สงสัยว่าคีชอลจะฆ่าอึนซูไหม ชเวซังกุงกล่าวว่า หากคีชอลมองว่าคุณยังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง เขาอาจไว้ชีวิตคุณสักระยะหนึ่ง พระมเหสีจึงเปรยว่า "หากนางไม่มีค่าพอที่จะนำมาใช้ประโยชน์เมื่อไหร่ เขาก็จะฆ่าคุณงั้นหรือ […]

Faith: สุภาพบุรุษยอดองครักษ์ ตอนที่ 9/5

แทนที่จะปฏิเสธ ชเวยองกลับหัวเราะแล้วถามหน้าตาเฉยว่า "ทำไมถึงไม่ได้" ชเวซังกุงย้อนว่า "เจ้าถามเพราะไม่รู้จริงๆ เหรอ เป็นเพราะคีชอลต้องการตัวนางน่ะสิ" ชเวยองถามต่อ "แล้วไง" ชเวซังกุงถามกลับ  "แล้วเจ้ายังจะตกหลุมรักผู้หญิงคนนั้นอีกหรือ"  ชเวยองกล่าวว่า "อย่าห่วงข้าเลย" ชเวซังกุงสวนว่า "ทำไมข้าต้องห่วงเจ้า ท่านหมอต่างหากที่ข้าเป็นห่วง นี่เจ้ายังไม่รู้จักคีชอลอีกหรือ ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่เขาอยากได้แล้วไม่ได้ ทำไมน่ะรึ ก็เพราะเขาจะกำจัดทุกสิ่งที่เขาไม่มีวันได้ครอบครองน่ะสิ ดังนั้น ถ้าเจ้าอยากให้คุณหมอปลอดภัย ก็อย่าแม้แต่จะชำเลืองมอง อย่าเรียกชื่อนาง อย่าคิด…"  ชเวยองทนฟังไม่ไหวจึงรีบตัดบทด้วยการออกตัวว่า อึนซุเป็นแค่คนที่เขาพาตัวมาที่นี่ และเป็นคนที่เขาให้คำมั่นว่าจะส่งคุณกลับบ้านก็เพียงแค่นั้น ชเวซังกุงจึงกล่าวว่า "ก็จริง สุดท้ายแล้วผู้หญิงคนนั้นยังคงอยู่ในใจเจ้า… เด็กผู้หญิงที่เคยอยู่หน่วยชองวอลแดกับเจ้า คนที่ทำให้เจ้าหลับไปนานถึง 7 ปีเต็ม… นักรบหญิงคนนั้น" ชเวยองลุกหนีไปดื้อๆ ชเวซังกุงล้วงของบางสิ่งบางอย่างออกมาจากเสื้อแล้วปาใส่ชเวยอง จากนั้นก็บอกว่า พวกซูริบังอยู่ไม่เป็นที่แต่ของสิ่งนี้จะช่วยให้เขาได้พบกับซูริบัง ในเวลาเดียวกันนั้น อึนซูกำลังยืนครุ่นคิดอยู่บนสะพานโดยใส่เสื้อคลุมสีขาวตัวใหม่ คุณนึกถึงสายตาของชเวยองที่จ้องมองคุณขณะที่เขาเดินไปเข้าเฝ้าพระเจ้าคงมินในท้องพระโรงเมื่อเช้านี้  จากนั้นก็นึกถึงคำพูดของชอน อึมจาเมื่อคืนนี้ ที่เตือนไม่คุณมายืนอยู่ตรงหน้าตอนที่เขากำลังซ้อมเป่าเพลงฆ่า อึนซูเห็นกระถางต้นไม้และข้าวของที่อยู่ตรงหน้าแตกกระจายในขณะที่อึมจาเป่าขลุ่ยก็รู้สึกตกอกตกใจ เมื่อรู้ว่าอึมจาสามารถฆ่าคนด้วยเพลงขลุ่ยอึนซูก็แทบช็อค อึมจากล่าวว่าตนเพิ่งจะรู้วิธีควบคุมพลังเสียงให้พุ่งตรงไปทางด้านหน้า เสียงขลุ่ยของตนจึงมีอานุภาพในการทำลายล้างและฆ่าคนที่อยู่ตรงหน้าแค่นั้น(ตอนที่เป่าขลุ่ยใส่ชเวยองในตอนที่ 5 เขายังไม่สามารถโฟกัสจุดได้)  ในตอนนั้นอึมจาบอกอึนซูว่า หากตนเป่าขลุ่ยใส่ชเวยองซึ่งถูกล่ามโซ่อยู่ในคุก (เมื่อคืนชเวยองยังอยู่ในคุก) […]

เรื่องย่อสางนางพราย 6

คืนนั้นพวกของยงออกเรือแอบไปลักลอบงมสมบัติใต้น้ำอีกรอบ กับลูกน้องคือผินกับสอน ยงบอกให้รีบเอาพวกถ้วยชามโบราณขึ้นมาก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเห็น แต่ตอนที่ทยอยขนของขึ้นมาบนเรือ จู่ ๆ ผินก็โผล่พรวดขึ้นมาบนน้ำ ตะโกนให้ยงช่วยสอนที่ติดอยู่ใต้น้ำ ยงหันซ้ายขวาไม่รู้จะทำยังไงแล้วฝนก็เริ่มตก เหตุการณ์เหมือนครั้งที่ยัง หรือคนอื่น ๆ ตาย ยงเริ่มกลัวเลยไม่ช่วยสอน และสั่งทุกคนให้ทิ้งสอนไว้แล้วหนีกลับเข้าฝั่ง           ประสุตกับทีมนักโบราณคดีและตำรวจเจอศพนายสอนในเช้าวันต่อมา สภาพศพทุกอย่างเหมือนกับทุกศพก่อนหน้า คอบิดหมุนรอบ ตาเบิกโพพอดีเขียวคล้ำ เมธาวลัยยิ่งเห็นศพก็ยิ่งนึกถึงเสียงร้องไห้จากสมุทรที่ตัวเองฝันเห็น เลยไปคุยกับประสุตว่าตนอยากดำลงไปดูใต้น้ำว่าที่ซากเรือมันเป็นยังไง ประสุตบอกเมธาวลัยยังไม่พร้อม แต่เมธาวลัยขอร้อง และคุณจะเชื่อประสุตทุกอย่าง เขาถึงยอมตกลง ข้างยงพอรู้ว่าสอนตายแล้วเลยไปหาผิน แต่ผินเหมือนเป็นไข้จับสั่น เพ้อว่าเขาเห็นที่ใต้น้ำมันมีผี สอนไม่ได้จมน้ำตาย แต่ถูกวิญญาณร้ายลากลงสมุทรไป ยงหาว่าผินกลัวจนเป็นบ้า ผินบอกว่าตนพูดจริง สิ่งที่พันขาสอนมันไม่ใช่พืชใต้น้ำอะไร แต่มันเป็นเส้นผมสีดำยาวน่ากลัว ผินเตือนยงไม่ให้ลงไปงมสมบัติอีกถ้าไม่อยากตาย ยงการันตีว่าไม่มีทางเลิกอาชีพนี้ ถ้าผินไม่กล้าก็ไม่ต้องทำ           ประสุตพาเมธาวลัยขึ้นเรือออกไปจุดดำน้ำสำรวจวันต่อมา ระหว่างที่เรือแล่นไปเมธาวลัยพยายามไม่นึกถึงเสียงใต้น้ำ แต่พอถึงเวลาต้องดำลงไปเจอซากเรือจริง ๆ ความอึดอัดที่เคยเจอเหมือนทุกครั้งที่ต้องดำน้ำก็กลับมาอีก เสียงร้องไห้เสียงเดิมก็ดังเสียดเผ่านาในหูจนคุณดำน้ำต่อไปไม่ได้ ประสุตช่วยเมธาวลัยกลับขึ้นมาบนเรือ คิดว่าเมธาวลัยเคลียร์หูไม่ได้ก็พยายามช่วยแต่เมธาวลัยบอกไม่ใช่ […]

เรื่องย่อ “กรงกรรม” 2

นางศรี ลูกค้าประจำของที่ร้านถูกใจนิสัยของกมลจึงอยากได้ไปเป็นหลานเขยของตน ย้อยกลัวว่ากมลจะไปหาลูกสะใภ้ไม่ดีให้ตนอีก จึงพยายามจับคู่กมลกับเพียงเพ็ญ หลานของนางศรี บุตรสาวคนเล็กของกำนันศรที่ตำบลฆะมัง แต่มีข้อแม้ว่าเมื่อแต่งงานแล้วต้องให้กมลไปอยู่ที่ฆะมังด้วย แต่ความจริงแล้วเพียงเพ็ญนั้นรักชอบอยู่กับก้านและได้เสียกันไปแล้ว ที่สำคัญตอนนี้เพียงเพ็ญกำลังท้องกับก้าน ด้านกมลนั้นแอบชอบอยู่กับจันตา ย้อยรู้ข่าวจากคนในตลาดว่ากมลอาจจะมีใจให้กับจันตา ก็บังคับให้กมลรีบแต่งงานทันที ก้านมาซื้อยาให้นางกุ่นผู้เป็นแม่ที่ชุมแสง แต่มีเงินไม่พอ บังเอิญกมลมาซื้อยาให้เจ๊กเซ้งพอดี เมื่อมองว่าก้านเงินไม่พอค่ายาก็ช่วยออกเงินให้ ทำให้ก้านซาบซึ้งใจ โดยที่ทั้งคู่ไม่ได้รู้ชื่อกันแล้วแยกย้ายไป ต่อมาก้านแอบไปหาเพียงเพ็ญ และรู้ข่าวว่ากำนันศรจะบังคับให้เพียงเพ็ญแต่งงานกับกมล เขาตั้งอกตั้งใจจะฆ่ากมลทิ้ง แต่เมื่อไปถึงชุมแสงและทราบว่า กมลคือคนที่เคยออกเงินให้ค่ายาให้แม่ของเขา เขาจึงตัดสินใจไม่ฆ่ากมล แล้วก้านก็ย้ายไปอยู่กับวงดนตรีที่กรุงเทพ เพราะก้านมีพรสวรรค์ทางด้านการร้องเพลง ปล่อยให้เพียงเพ็ญแต่งงานกับกมลตามความปรารถนาของผู้ใหญ่ เมื่อย้อยโดนเรณูทำเสน่ห์ ย้อยก็เอ็นดูเรณูมาก และยังจ้างเรณูทำขนมมงคลในงานแต่งงานของกมลด้วย ข้างพิไลเมื่อเห็นย้อยเอ็นดูเรณูก็อิจฉา ยิ่งพิไลพยายามยุให้ย้อยเกลียดเรณู ย้อยกลับรักเรณูมากขึ้นไปอีก จนถึงวันงานแต่งงานของกมล ย้อยก็ให้สร้อยทองกับเรณูเพื่อให้ใส่ไปงาน แม้ว่าเรณูบอกว่าจะคืนหลังจบงาน แต่นางย้อยก็บอกว่าให้แล้วให้เลยไม่รับคืน พิไลมองว่าผิดปกติอย่างมาก และสงสัยว่าย้อยอาจจะถูกเรณูทำเสน่ห์ใส่ จึงคิดจะไปหาหมอมีเพื่อให้หาทางแก้คุณไสย

ท่านชายในสายหมอก

เจ้าชาย (หลุยส์ สก๊อต) ผู้ซึ่งเป็นรัชผู้สืบสกุลของประเทศนิวแลนด์ แดนแห่งธรรมชาติอันรื่นรมย์ได้เดินทางเผ่านาท่องเที่ยวในเมืองไทย และเข้าพักในโรงแรมหรูพร้อมกับ ผู้ติดตาม (สุพจน์ จันทร์เจริญก้าวหน้า) เจ้าชายต้องการแบกเป้และกล้องถ่ายรูปไปเที่ยวอย่างอิสระ โดยไม่ต้องมีพิธีรีตรองต้อนรับที่น่าอึดอัด เจ้าชายจึงให้ผู้ติดตามปลอมตัวเป็นเจ้าชายแทน และให้ปฏิบัติภารกิจแทนทุกอย่าง เจ้าชายหลบมาพักในเกสต์เฮาส์ย่านถนนข้าวสาร เจ้าชายพยายามหาไกด์เพื่อให้ให้ความสบายให้ทุกเรื่อง แต่ก็หาไม่ได้ง่ายๆเพราะข้อเสนอที่ต้องรับใช้ดูแลเจ้าชายทุกอย่างทำให้ไม่มีไกด์ที่ไหนยอมทำ วันหนึ่ง ในขณะที่เจ้าชายกำลังเดินเล่นในถนนข้าวสาร เจ้าชายโดนเด็กสาวคนหนึ่งขโมยกล้องถ่ายรูปของเจ้าชายไป แต่เผอิญว่า ขิง (วรกาญจน์ โรจนวัชร) อยู่ในเหตุการณ์ จึงช่วยจับขโมยเอาไว้ให้พร้อมสั่งสอนให้เด็กสาวรู้สำนึกว่าอย่าทำอีก แต่เปลี่ยนเป็นว่าเจ้าชายเข้าใจผิดคิดว่าขิงเป็นขโมยซะเอง ขิงจึงแก้แค้นเจ้าชายที่ตัวเองทำดีแล้วไม่ได้ดี ขิงกลับมาที่บ้านเช่านั่งปรับทุกข์เรื่องไม่มีงานทำกับ น้าตุ๊ก (ค่อม ชวนชื่น) น้าชายที่มีอาชีพขับรถตุ๊กตุ๊ก ขิงไม่มีเงินส่งให้ยายที่ต่างจังหวัดมาหลายเดือนแล้ว น้าตุ๊กแนะนำให้ไปสมัครเป็นไกด์ให้นักท่องเที่ยวคนหนึ่งเพราะทำงานให้แค่เดือนเดียวได้เงินตั้งพันนึง ขิงส่ายหน้าไม่พอใจกับเงินแค่พันเดียว น้าตุ๊กบอกว่าพันยูโร ขิงสนใจขึ้นมาทันที แต่เขารับเฉพาะไกด์ผู้ชายแค่นั้นขิงจึงปลอมตัวมาในมาดชายชายหนุ่ม ขิงพาเจ้าชายไปลุยเที่ยวสถานที่ต่างๆแต่เจ้าชายเองก็ไม่ได้พอใจในการนำทางของไกด์จอมมั่ว ขิงเองก็หมั่นไส้ที่เจ้าชายทำตัวโอ่อ่าและใช้ตนอย่างกับข้าทาส ขิงเลยพยายามตะล่อมเอาเงินจากกระเป๋าเจ้าชายทุกวิถีทาง โดยเตี๊ยมกับแม่ค้าให้หลอกเรียกเงินแพงๆหรือแอบโก่งเงินค่าราคาสินค้า ทางด้านผู้ติดตามก็ฉวยโอกาสที่ทุกคนคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าชาย วางมาดโอ่อ่าจีบสาวไปทั่ว ทำให้ได้เจอกับแม่บ้านคนสวยคนหนึ่ง ผู้ติดตามไล่จีบแม่บ้านคนนั้นโดยหารู้ไม่ว่าคุณคือ พัชรี (นิภาภรณ์ ฐิติธนการ) เหยี่ยวข่าวที่ต้องการหาสกู๊ปข่าวเด็ด เพื่อให้ที่จะทำให้ทุกคนรู้ว่าคุณเป็นนักข่าวที่เก่งมากแค่ไหน พัชรีเลือกที่จะทำสกู๊ปเจ้าชายจากประเทศนิวแลนด์เป็นการแสดงความสามารถของคุณ จึงปลอมตัวมาเป็นแม่บ้านในโรงแรมเพื่อให้สืบหาข้อมูล

ข้ามสีทันดร 7

ในที่สุดเที่ยงวันและเดือนสิบก็ตามดวลจนพบ แต่ถูกก้านวงศ์แกล้ง ไม่ให้ทางโรงแรมอนุญาตให้เผ่านา ยกเว้นเดือนสิบคนเดียว ด้วยความเป็นห่วงอยากเจอน้องเดือนสิบจึงยอม เที่ยงวันน้อยใจที่เดือนสิบไม่นึกถึงเขาบ้างจึงกลับที่พักไป เมื่อเดือนสิบเจอดวลแล้วรู้ว่าน้องหันกลับมาหายาเสพติดอีก เดือนสิบเสียใจและผิดหวังมาก คุณต่อว่าเอนที่พาน้องของคุณกลับมาหายานรกอีก ดวลเสียใจที่เดือนสิบต่อว่าเอน ในโลกนี้ไม่มีใครดีกับเขาเท่าเอน ดียิ่งกว่าคนในครอบครัวเสียอีก คุณทั้งโกรธทั้งเสียใจ เมื่อกลับมาที่ห้องพัก เที่ยงวันก็เจอกับ แช่ม ลูกเจ้าของห้อง เอายาเสพติดมาขาย เขาไม่เอาแต่แช่มก็ยัดเยียดใส่มือให้เขารับไปลองดูก่อนแล้วค่อยมาจ่ายทีหลังก็ได้           เดือนสิบกลับมาถึงห้องพักด้วยความเศร้าใจเรื่องน้อง และจากนั้นก็เจอเที่ยงวันตัดพ้อใส่อีก คุณจึงเสียใจเดินหนีไปในความมืด แล้วไปเจอกลุ่มของแช่มที่เมายาอยู่ แช่มเข้าไปฉุดเดือนสิบมาจะข่มขืน แต่เที่ยงวันตามมาช่วยได้ทัน แล้วพาคุณส่งโรงพยาบาล ชีวาตม์กับยุพรารีบตามมาช่วยเป็นธุระให้ แช่มยอมรับกับตำรวจเรื่องขายยาแล้วหลังจากนั้นก็ซัดทอดต่อว่าเที่ยงวันก็ซื้อยาจากเขา เมื่อตำรวจค้นตัวเที่ยงวันก็พบยานั่นจริง ๆ สวาทวิมลกับทูลบินตามมาเมื่อรู้ข่าว สวาทวิมลเสียใจมากที่ลูกชายกลับไปใช้ยาอีก เที่ยงวันพยายามอธิบายจนเกิดสมุทราะกัน สุดท้ายตำรวจเจอภาพจากวงจรปิดที่คิดว่าแช่มเอายามายัดให้เที่ยงวันเองโดยที่เขาไม่อยากได้ ส่วนดวลเมื่อเห็นสภาพอันบอบช้ำของเดือนสิบจึงตัดสินใจพาพี่สาวกลับไปรักษาตัวที่กรุงเทพฯ แม้ว่าเอนจะดึงไว้โดยอ้างเรื่องงานที่ยังไม่เสร็จก็ตาม           ดำเกิงอาละวาดใส่ดวลที่โรงพยาบาล ดวลไม่มีที่ไป ชีวาตม์จึงรับมาอยู่ที่บ้านด้วยท่ามกลางความไม่พอใจของกิ่งคำและรื่นเริง ชีวาตม์ถูกสองแม่ลูกกระหน่ำใส่จนจะทนไม่ไหว พูดแรงใส่กิ่งคำ กิ่งคำไม่พอใจหนีไปค้างกับเอน เที่ยงวันขอให้พ่อรับดวลเข้าทำงานในซูเปอร์มาร์เกตของที่บ้าน สวาทวิมลไม่สบายใจที่มีเด็กติดยามาอยู่ใกล้ลูกคุณ ดวลขอบคุณเที่ยงวันที่ให้งานเขา […]

ปาฏิหาริย์รักแม่โพสพ 8

ความหวังพาพวกฝรั่งไปเที่ยวนาในหมู่บ้าน ประชาชนในหมู่บ้านร่วมมือร่วมใจกันหลอกให้ฝรั่งทำนา จนรู้ว่าการทำนามันไม่ใช่ง่ายๆ แถมยังเสี่ยงเจ๊งเพราะภัยธรรมชาติอย่างมากที่เดาไม่ได้ ยิ่งต่างชาติมาลงทุน แต่ไม่รู้เรื่องข้าวก็คงไม่น่ารอด ภาคภูมิชักแม่น้ำทั้งห้ามาพูด หลังจากนั้นก็ปิดการขายด้วยการบอกฝรั่งว่าเปลี่ยนจากทำธุรกิจข้าวที่ไทย มาซื้อข้าวไทยเพิ่มอย่างเดียวดีมากยิ่งกว่า ไม่เสี่ยงด้วย ประกอบกับภาคภูมิให้ข้อเสนอที่น่าสนใจมากกว่า พวกฝรั่งเริ่มคล้อยตาม ภาคภูมิกับความหวังร่วมมือกัน ประสานงานเป็นอย่างดี ภาคภูมิในร่างชาวนามาช่วยพูดจาการค้า ทำให้ชาวต่างชาติรู้สึกประทับใจที่ชาวนาทั้งฉลาดและเก่ง และมาพูดจาธุรกิจด้วยตนเอง ในขณะที่ความหวังก็ใช้ความซื่อและจริงใจของตนในการพูดคุยกันกับประชาชน จนราษฎรเริ่มเห็นดีเห็นงาม และคิดว่าเจ้าของบริษัทให้ความสำคัญกับชาวนา แถมยังติดดินเข้าใจชาวนาเป็นอย่างดี ชาวนาจึงมั่นใจในบริษัทมากขึ้น ระหว่างที่ภาคภูมิกำลังยุ่งเรื่องสนทนาธุรกิจ หนูนาก็ฉวยโอกาสนี้พิสูจน์ว่าข้าวสวยไม่ใช่คนโดยการไปฉีดยาฆ่าแมลงไปที่นา และทำลายศาลธิดาขวัญข้าว เพราะได้ยินมาว่าเป็นจุดอ่อนของขวัญข้าว โชคดีที่ภาคภูมิกลับมาช่วยได้ทัน ข้าวสวยจึงรอดมาได้ เหตุการณ์คราวนี้ทำให้ภาคภูมิไม่อยากห่างจากตัวข้าวสวยแม้แต่ก้าวเดียว ต้นข้าวเริ่มใกล้จะถึงเวลาเก็บเกี่ยวเข้าไปทุกที ภารกิจสลับร่างเพื่อให้สร้างเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดีที่สุดกำลังจะเสร็จสิ้น ทุกคนกำลังจะได้กลับสู่สถานภาพเดิม และการจากลากำลังจะตามมา ข้าวสวยความหวัง และภาคภูมิต่างรู้สึกใจหาย ความหวังตัดสินใจยอมรับสารภาพความจริงกับฟ้าใหม่ว่าตนคือความหวัง ในขณะที่ภาคภูมิใช้เวลากับการเป็นชาวนาที่เหลืออยู่กับทุกคนอย่างเต็มกำลัง ภาคภูมิบอกว่าตนโชคดีที่มีโอกาสได้เรียนรู้การทำนาต่างจากพวกผู้บริหารคนอื่น ที่บริหารแต่เปลือกไปวันๆ ไม่ได้มาสัมผัสปัญหาที่แท้จริงแบบตน ข้าวสวยภูมิใจที่ภาคภูมิคิดได้ ข้าวสวยจึงคิดจะบอกวิธีคืนร่างให้กับคนทั้งคู่ แต่หนูนาบุตรสาวกำนันที่หลงรักความหวังกลับมาทำลายสร้อยของทั้งสองเสียก่อน โดยที่หนูนาไม่รู้เลยว่าจริงๆแล้วสร้อยนี้เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้สองคนสลับร่างกลับมาเหมือนเดิม! ความหวัง และภาคภูมิจึงหมดหวังที่จะสลับร่างกลับ