ลีซาน จอมบัลลังก์พลิกแผ่นดิน (Yi San)

ด้วยปณิธานเพื่อให้ปวงชนอันแรงกล้า ก่อเกิดจอมบัลลังก์ยอดศรัทธาแห่งแผ่นดิน ปลายศตวรรษที่สิบแปดรัชสมัยของพระเจ้าชองโจ (ลีซาน) พระราชาลำดับที่ยี่สิบสองของราชวงศ์โชซอน ซึ่งในประวัติศาสตร์ห้าร้อยปีของราชวงศ์โชซอน พระเจ้าชองโจถือว่าทรงเป็นพระราชาที่ทรงประสบมรสุมและปัญหาต่างๆ มากที่สุดพระองค์หนึ่ง แต่ด้วยความที่พระองค์ทรงมีปณิธานอันมุ่งมั่นที่จะทำให้ประชาชนของพระองค์มีชีวิตที่ดีขึ้น พระองค์จึงทรงพยายามที่จะการปฏิรูปและปรับปรุงประเทศชาติในด้านต่างๆ

โดยในด้านการปกครอง พระองค์ทรงสลายความบาดหมางของกลุ่มอิทธิพลต่าง ๆ ที่สั่งสมมานานนับร้อยปีลงได้ ทางด้านเศรษฐกิจ พระองค์ทรงบุกเบิกเศรษฐกิจแนวใหม่ซึ่งนับเป็นเรื่องแปลกใหม่ในศตวรรษที่สิบแปด หรือแม้แต่ในเรื่องของการศึกสงคราม พระองค์ทรงสร้างความเข้มแข็งเกรียงไกรให้กับทัพ ทั้งยังสร้างความเป็นปึกแผ่นให้ชาติบ้านเมือง และด้วยความที่พระองค์ทรงเป็นพระราชาที่มีความคิดก้าวหน้า ทั้งทรงเป็นพระราชาผู้ปกครองอาณาจักรด้วยความโอบอ้อมอารี โดยเฉพาะอย่างมากการที่ทรงใช้หลักประชาธิปไตยในการปกครองประชาชนของพระองค์ จึงทำให้พระองค์ได้รับการสรรเสริญยกย่องว่าเป็นพระราชาอันเป็นที่รักของราษฎรมากที่สุดพระองค์หนึ่งในประวัติศาสตร์เกาหลี

ชมเส้นทางของการก้าวสู่การเป็นพระราชาคนที่รักแห่งปวงชน และซาบซึ้งใจไปกับความรักระหว่างพระองค์กับนางกำนัล "ซอง ซงยอน" หญิงสาวผู้อยู่ข้างเคียง คอยเป็นกำลังใจ และมีส่วนทำให้องค์ชายลีซานก้าวสู่ความเป็นใหญ่จนได้รับการขนานนามจากประชาชนว่า “ลีซาน จอมบัลลังก์พลิกแผ่นดิน”

วันที่ 19 เดือน 5 ปียิมบู  (ปี ค.ศ. 1762) เป็นวันที่รัชผู้สืบสกุลซาโตถูกพระบิดา (พระเจ้ายองโจ) กักขังในลังไม้ล่วงไปสู่วันที่ 6 พระเจ้ายองโจนั้นหลังจากทรงเถลิงราชสมบัติเป็นพระราชาองค์ที่ 21 แห่งโชซอนได้ทรงนำความผาสุกและรุ่งเรืองรุ่งเรืองมาสู่บ้านเมืองเป็นอย่างมาก แต่ทว่าการแก่งแย่งชิงดีระหว่างขุนนางทั้งสายเก่าและสายใหม่ยังคงคุกรุ่นไม่สร่างซา พาให้การเมืองในยุคนั้นมีความซับซ้อนอย่างมาก ระหว่างนั้นมีเหล่าขุนนางสายใหม่ที่อาศัยบารมีของรัชผู้สืบสกุล หวังยึดอำนาจบริหารมาอยู่ในกลุ่มของตนให้มาก แต่ข้างที่ต่อต้านเกรงจะสูญเสียอำนาจจึงตั้งข้อหาให้ร้ายรัชผู้สืบสกุล เป็นเหตุให้พระเจ้ายองโจทรงกริ้ว หลังจากนั้นไม่นาน องค์ชายซาโตก็ถูกจับไปขังในลังไม้ด้วยข้อหาที่ไม่เป็นธรรมต่อพระองค์ ทั้งยังถูกโบยตีอย่างหนักและถูกอดน้ำอดข้าวอีกด้วย "องค์ชายลีซาน" พระโอรสองค์รัชผู้สืบสกุลซาโตจึงลอบเข้าไปพบพระบิดาในยามวิกาล

"ซอง ซงยอน" ถือกำเนิดในครอบครัวที่พ่อเป็นจิตรกรวังหลวง ด้วยเหตุนี้จึงมีโอกาสได้ติดตามพ่อเข้าวังบ่อยครั้ง ด้วยความช่วยเหลือของเครือญาติพี่น้องจึงทำให้นางได้เข้าวังหลวงอย่างเป็นทางการตั้งแต่เด็ก ตกดึกนางกำนัลวังหลวงมีคำสั่งให้ซงยอนไปนำอาหารในห้องเครื่องออกมา ทำให้ซงยอนซึ่งเพิ่งจะเข้าวังหลวงได้ไม่นานนักหลงทาง ในเวลาเดียวกันนั้นเอง "ปาร์ค เทซู" ซึ่งเข้ารับการอบรมจากกรมมหาเล็กเกิดความหวาดกลัวที่ควรต้องถูกตอนเป็นขันทีจึงตัดสินใจหลบหนีไปจากวังหลวง ในคืนเดียวกันนี้เอง เทซู องค์ชายลีซาน และซงยอน ซึ่งมีเป้าหมายที่แตกต่างกันก็ได้พบกันเข้าโดยบังเอิญ  (ซงยอนกับเทซูไม่รู้ฐานะที่แท้จริงขององค์ชายลีซาน เพราะองค์ชายลีซานโกหกว่าตนเป็นมหาดเล็กฝึกหัดชื่อ "บูต๊อก")

เทซูแทบช็อคเมื่อองค์ชายลีซานขอให้พาไปส่งที่ตำหนักซีมินตังซึ่งเป็นสถานที่กักขังรัชผู้สืบสกุล เพราะถ้าถูกจับได้จะมีโทษถึงตาย ซงยอนจึงอาสาพาไปส่งเองโดยขอแวะทำธุระที่ห้องเครื่องก่อน เทซูจึงติดตามทั้งคู่ไป เมื่อไปถึงตำหนักซีมินตังองค์ชายลีซานก็บอกให้ซงยอนและเทซูรีบกลับไปเพราะถ้าขืนยังอยู่ที่นี่ทั้งคู่จะเป็นอันตราย ในที่สุดองค์ชายลีซานก็ลอบเข้าไปพบพระบิดาในยามวิกาลจนได้ พระองค์ทรงนำเครื่องเสวยติดมือไปฝากพระบิดาด้วย ครั้นพอเห็นสภาพของพระบิดาพระองค์ก็ร่ำไห้ด้วยความสงสาร

รัชผู้สืบสกุลซาโตบอกให้องค์ชายลีซานนำภาพเขียนของตนไปถวายพระเจ้ายองโจ โดยหวังว่าเมื่อพระเจ้ายองโจทอดพระเนตรแล้วจะยอมให้ตนเข้าเฝ้า จากนั้นก็ขอให้องค์ชายลีซานสัญญากับตนว่าภายหน้าจะเป็นพระราชาที่ดี  หากวันใดองค์ชายลีซานรู้เหตุผลที่ทำให้ตนถูกลงโทษ จงอย่าโกรธแค้นเสด็จปู่เป็นอันขาด พูดจบรัชผู้สืบสกุลก็เร่งให้องค์ชายลีซานไปจากที่นี่และขอให้มีชีวิตอยู่ต่อไป แต่องค์ชายลีซานยังคงอิดออดไม่ยอมไปด้วยเป็นห่วงพระบิดา ทันใดนั้น ซงยอนก็เผ่านาตามองค์ชายลีซานโดยบอกว่ามีคนกลุ่มใหญ่มุ่งหน้ามาทางนี้ ซงยอนกับองค์ชายลีซานวิ่งหนีทหารไปเจอกับเทซู เทซูจึงบอกทั้งคู่ว่าอีกด้านหนึ่งก็มีทหารเช่นกัน ทั้งสามคนพากันหนีตายโดยเลี่ยงไปทางอื่น หลังรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิดทั้งสามคนจึงเกี่ยวก้อยสัญญาว่าจะเป็นเพื่อให้นที่คอยช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกัน

องค์ชายลีซานรู้สึกเสียใจที่พระเจ้ายองโจไม่อนุญาตให้ตนเข้าไปยังตำหนักตงกุง เมื่อรู้ว่าพระเจ้ายองโจจะเสด็จไปเยี่ยมเยียนราษฎรด้วยความห่วงใย แต่กลับทอดทิ้งพระบิดาของตนเอาไว้เบื้องหน้า องค์ชายลีซานจึงตัดพ้อด้วยความน้อยใจ พระเจ้ายองโจได้ยินดังนั้นจึงไม่พอพระทัยเลยสั่งให้กรมวังส่งองค์ชายลีซานออกไปอยู่นอกวังกับพระมารดา (พระชายา "ฮง เฮคยอง") เพื่อให้รับการสั่งสอน หลังได้รับการอบรมแล้วจึงค่อยกลับเข้าวังใหม่อีกรอบ